ดื่ม "น้ำผึ้งมะนาว" ดีท็อกซ์ยามเช้า สูตรนี้ได้ผลจริงหรือเชื่อกันไปเอง มีคำตอบแล้ว!

ดื่ม "น้ำผึ้งมะนาว" ดีท็อกซ์ยามเช้า สูตรนี้ได้ผลจริงหรือเชื่อกันไปเอง มีคำตอบแล้ว!

ดื่ม "น้ำผึ้งมะนาว" ดีท็อกซ์ยามเช้า สูตรนี้ได้ผลจริงหรือเชื่อกันไปเอง มีคำตอบแล้ว!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ดื่ม "น้ำผึ้งมะนาว" ดีท็อกซ์ยามเช้า สูตรนี้ได้ผลดีจริงหรือเชื่อกันไปเอง เปิดผลกระทบต่อสุขภาพที่ไม่มีใครบอก

"น้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง" เป็นเครื่องดื่มยามเช้าสุดโปรดของใครหลายคน อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าประโยชน์บางอย่างที่แชร์กันต่อ ๆ มาบนโลกออนไลน์นั้นอาจไม่ใช่เรื่องจริง และการดื่มอย่างผิดวิธีอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้

หลายคนเลือกเริ่มต้นวันใหม่ด้วยน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งเพราะหวังว่าจะช่วยดีท็อกซ์ร่างกาย ช่วยลดน้ำหนัก หรือเสริมภูมิคุ้มกัน จนเครื่องดื่มชนิดนี้ถูกยกย่องบนโซเชียลมีเดียว่าเป็น "สูตรลับดับเบิ้ลทองคำ" เพื่อสุขภาพ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าสรรพคุณส่วนใหญ่ที่เล่าลือกันนั้น ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เพียงพอมามารองรับ

มะนาวผสมน้ำผึ้ง ไม่ใช่ "ยามหัศจรรย์" 

ข้อมูลจาก Healthline เว็บไซต์ด้านสุขภาพชื่อดังระบุว่า มะนาวเป็นแหล่งของวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ ส่วนน้ำผึ้งก็มีสารประกอบที่มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียและต้านการอักเสบ แต่ในปัจจุบัน ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือชิ้นใดพิสูจน์ได้ว่า น้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งสามารถ "ขับสารพิษ" ออกจากร่างกาย เผาผลาญไขมัน หรือช่วยลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็ว ตามที่โฆษณาชวนเชื่อ

ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า ตามกลไกธรรมชาติ "ตับและไต" คือสองอวัยวะหลักที่ทำหน้าที่ขับของเสียออกจากร่างกายอยู่แล้ว และไม่มีหลักฐานใดชี้ชัดว่าน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งจะสามารถเข้าไปทำหน้าที่แทน หรือช่วยกระตุ้นกระบวนการนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ในขณะเดียวกัน โรงพยาบาลระดับโลกอย่าง Cleveland Clinic ระบุว่า ประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดของการดื่มน้ำมะนาวในตอนเช้า คือการช่วยเติมน้ำให้แก่ร่างกายหลังจากตื่นนอน ซึ่งสำหรับหลาย ๆ คน การเติมมะนาวหรือน้ำผึ้งลงไปเล็กน้อยจะช่วยให้น้ำดื่มง่ายขึ้น จึงช่วยสร้างนิสัยในการดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน

เตือน! อย่าลืมว่าน้ำผึ้งก็คือน้ำตาล

ความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยมากคือ คิดว่าน้ำผึ้งเป็นน้ำตาลธรรมชาติจึงจะกินเท่าไหร่ก็ได้

ข้อมูลจาก Mayo Clinic เตือนว่า น้ำผึ้งยังมีปริมาณน้ำตาลและแคลอรีที่ค่อนข้างสูง หากบริโภคมากเกินไป โดยเฉพาะการดื่มหลายครั้งต่อวัน ปริมาณน้ำตาลรวมที่ร่างกายได้รับอาจเกินเกณฑ์ที่แนะนำ ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น หรือส่งผลกระทบต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ดังนั้น หากต้องการดื่มทุกวัน แนะนำให้ใส่น้ำผึ้งเพียงเล็กน้อยพอให้มีรสหวานจาง ๆ เท่านั้น ไม่ควรชงจนหวานจัด

คนเป็น "โรคกระเพาะ" ต้องระวังเป็นพิเศษ

ข้อมูลจาก Healthline ระบุว่า กรดซิตริก (Acid Citric) ในมะนาว อาจไปกระตุ้นให้อาการของคนที่เป็นโรคกรดไหลย้อน หรือคนที่มีอาการแสบร้อนกลางอกบ่อย ๆ รุนแรงขึ้นได้ หากดื่มแล้วรู้สึกแสบระคายเคืองบริเวณหน้าอก ปวดท้อง หรือรู้สึกไม่สบายตัว ควรลดปริมาณมะนาวลงหรือหยุดดื่มแล้วไปปรึกษาแพทย์ นอกจากนี้ การดื่มน้ำมะนาวที่เปรี้ยวจัดตอนท้องว่าง ก็อาจทำให้บางคนเกิดอาการมวนท้องหรือมวนกระเพาะได้เช่นกัน

อย่าลืมปกป้อง "เคลือบฟัน"

ข้อควรระวังอีกข้อที่คนมักมองข้ามคือ ผลกระทบของน้ำมะนาวต่อสุขภาพฟัน

สมาคมทันตแพทย์อเมริกัน (ADA) เผยว่า เครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งรวมถึงน้ำมะนาว สามารถมีส่วนทำให้ เคลือบฟันสึกกร่อน ได้หากดื่มเป็นประจำในระยะยาว วิธีลดความเสี่ยงคือ ควรดื่มทันทีไม่ใช่อมไว้ในปากนาน ๆ หรืออาจใช้หลอดดูด และบ้วนปากด้วยน้ำสะอาดทันทีหลังจากดื่มเสร็จ

ข้อห้ามสำคัญ: ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ไม่ควรแปรงฟันทันทีหลังดื่มน้ำมะนาว เพราะสภาวะที่เป็นกรดในช่องปากช่วงนั้นจะทำให้เคลือบฟันอ่อนแอและถูกทำลายได้ง่ายกว่าปกติ

สิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็น "ไลฟ์สไตล์ที่รักสุขภาพ"

ผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นพ้องต้องกันว่า น้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งเป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อร่างกายหากดื่มในปริมาณที่พอเหมาะและถูกวิธี แต่มันไม่ใช่สิ่งที่จะมาทดแทนอาหารตามหลักโภชนาการหรือวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดีได้

Cleveland Clinic สรุปว่า การจะมีสุขภาพที่ดีได้นั้น ทุกคนยังคงต้องให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารที่สมดุล ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำสะอาดให้มากในแต่ละวัน ควรมองว่าน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งเป็นเพียงส่วนเสริมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการดูแลตัวเอง แทนที่จะคาดหวังผลลัพธ์ที่ "ปาฏิหาริย์" จากมันครับ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล